• Welcome to รวมเครื่องรางของขลังทุกทิศทั่วไทย.
 

"เหรียญรุ่นแรก ครูบาอุ่น อรุโณ ปี2517"

เริ่มโดย บอย ท่าพระจันทโครพ, ม.ค 13, 2023, 04:15 หลังเที่ยง

หัวข้อก่อนหน้า - หัวข้อถัดไป

0 สมาชิก และ 1 ผู้มาเยือน กำลังดูหัวข้อนี้

บอย ท่าพระจันทโครพ

"เหรียญรุ่นแรก ครูบาอุ่น อรุโณ ปี2517"
ทำตอนที่ท่านอยู่ที่วัดปากคลอง อ.มหาราช จ.อยุธยา สร้างจำนวน5,000เหรียญ เนื้อทองแดง ตอนที่ปั๊มเหรียญ ทำไม่สำเร็จ ที่ปั๊มไม่ได้ เพราะข้อเสือเครื่องปั๊มพังหลายครั้ง จนต้องรีบมาหาหลวงพ่อ มากราบขอให้ทำสำเร็จ จึงทำได้
...ครูบาอุ่น อรุโณ วัดป่าแดง บ้านป่าสักขวาง ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ท่านเป็นคนกรุงเก่าโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๔๖๖ ที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา โยมบิดาชื่อ "คำ" โยมมารดาชื่อ "เติม" นามสกุล "กลิ่นเกษร" มีพี่น้อง ๓ คน

               ในวัยเยาว์โยมบิดามารดาได้ส่งท่านเรียนหนังสือจนจบชั้น ม.๒ เมื่อมีอายุครบเกณฑ์ทหารได้ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารบกในหน่วยปืนกลเล็ก (ป.ก.น.๑๑) ที่ อ.บางปะอิน อยู่ ๒ ปี

               หลังจากปลดประจำการแล้ว มีอายุ ๒๔ ปี (พ.ศ.๒๔๙๐) ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดปากคลอง ต.หัวไผ่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี พระครูพรหมสมาจารย์ วัดประดู่ (ตะบอง) ต.ปากกระทุ่ง อ.มหาราช เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ช้อย วัดปากคลอง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาสมุทร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายา "อรุโณ"

               เมื่ออุปสมบทแล้ว ท่านได้ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยและเรียนนักธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรีและโท ตามลำดับ

               นอกจากนี้ ท่านยังสนใจในด้านพุทธาคมและกัมมัฏฐาน จึงได้ไปฝากตัวเรียนวิชากับครูบาอาจารย์หลายรูป ทั้งที่เป็นพระสงฆ์และฆราวาส อาทิ หลวงตาบุญ เรียนวิชาคงกระพันชาตรี, ครูโปร่ง เรียนด้านเมตตามหานิยม, หมอปาน เรียนวิชาแก้คุณไสยและปราบผี, พระอาจารย์พัด เรียนด้านคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด, ครูโล เรียนวิชาคงกระพัน, ครูรอด เรียนวิชาทำน้ำมนต์, พระอุปัชฌาย์เฟื่อง วัดสุเมธ เรียนสูตรสนธิและกัมมัฏฐาน, หลวงพ่อหน่าย วัดบ้านแจ้ง เรียนวิชาทำตะกรุด, หลวงพ่อโอภาสี เรียนวิชากสิณไฟ ฯลฯ

               ต่อมา เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๖ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดหันสังข์ ต.หันสังข์ อ.บางปะหัน จ.อยุธยา พ.ศ.๒๕๐๓ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบล ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๕ ได้มาเป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดปากคลอง อ.มหาราช จ.อยุธยา พ.ศ.๒๕๑๗ ได้รับแต่งตั้งให้เป็น พระอุปัชฌาย์ รุ่นเดียวกับ หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช พ.ศ.๒๕๑๘ ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรที่  "พระครูอรุณวรกิจ"

               ในช่วงที่ "ครูบาอุ่น" อยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังมาก เป็นพระอาจารย์ที่เข้มขลังในด้านเมตตามหานิยม เพราะการเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้มีชาวบ้านเข้าหาท่านไม่ขาดสาย ท่านเห็นว่าโอกาสที่จะปฏิบัติธรรมหาความวิเวกทำได้ยาก

               ในปี ๒๕๒๐ ท่านจึงออกจากวัดปากคลอง มุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ เพื่อจะหาสถานที่สงบปฏิบัติธรรม โดยจุดมุ่งหมายของท่าน คือ จ.เชียงใหม่

               จนกระทั่งได้พบวัดที่มีความสงบ และเป็นวัดที่พุทธบริษัท พระสงฆ์ และชาวบ้านร่วมกันปฏิบัติกัมมัฏฐาน คือ "วัดป่าแดง" ตั้งอยู่ในหมู่บ้านป่าสักขวาง ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ทางทิศเหนือของที่ว่าการอำเภอสันกำแพง ท่านได้เข้าพำนักที่วัดป่าแดง ตั้งแต่วันนั้น ในฐานะพระลูกวัด เสมือนหลวงตารูปหนึ่ง มีกุฏิหลังเล็กๆ อยู่ด้านหลังของวัด โดยไม่แพร่งพรายฐานะอันแท้จริงของท่านให้ใครทราบว่า ท่านเป็นพระครูสัญญาบัตรมาก่อน และมีชื่อเสียงโด่งดังจากภาคกลางมาแล้ว

               ต่อมา พระอธิการบุญมี เจ้าอาวาสรูปก่อนมรณภาพ คณะกรรมการวัดและศรัทธาชาวบ้านจึงพร้อมใจกันขอให้ท่านรับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบมา

               ครูบาอุ่น มรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๔ สิริรวมอายุได้ ๗๙ ปี พรรษา ๕๕

               ในวันมรณภาพได้เกิดเหตุการณ์มหัศจรรย์ คือ ขณะที่ศิษยานุศิษย์และแพทย์ได้ช่วยกันตกแต่งสรีระของท่าน เพื่อทำความสะอาดร่างและครองผ้าจีวรใหม่ ปรากฏว่าที่ศีรษะของครูบามีรอยนูนเล็กๆ เริ่มจากท้ายทอย และเพิ่มมากขึ้นๆ ลักษณะเป็นรูปตารางสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเท่าๆ กัน โดยรอยนูนนั้นชัดเจนมาก อีกทั้งใบหูของท่านก็ยาวขึ้นด้วย เป็นที่ปลื้มปีติแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมาก

               ต่อมาวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๔๕ อันเป็นวันที่จะประกอบพิธีบรรจุสรีระของครูบาลงในหีบแก้ว เหตุการณ์เดิมก็บังเกิดขึ้นอีก นอกจากนี้ร่างกายของท่านยังอ่อนนุ่มเหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ ไม่แข็งกระด้างเหมือนคนที่เสียชีวิตทั่วไป และไม่มีกลิ่นเหม็นอีกด้วย ทั้งๆ ที่มรณภาพมาแล้วถึง ๒๕ วัน เป็นที่ประจักษ์ของชาวบ้านและศิษยานุศิษย์โดยทั่วกัน

และคำบอกเล่า..จากลูกศิษย์ครูบาอุ่นครับ😊🙏
....ตอนนั้นครูบาอุ่นท่านชราภาพแล้วร่างกายท่านก็ไม่ค่อย แข็งแรงแต่อยากเห็น วัดร้างแห่งหนึ่ง ไม่ไกลจากหมู่บ้าน  ผมและลูกศิษย์อีก 2-3 คน เลยเอารถไปรับท่าน  แต่วัดร้างที่ว่า ถนนไม่ถึง ต้องเดินเท้าเข้าไป ผ่านทุ่งนา ที่ชาวนาเพิ่งเกี่ยวข้าวเสร็จ มีแต่ตอฟางข้าว ผมเลยอาสา ให้ครูบาขี่หลัง เพื่อที่ไปวัดร้าง ที่ท่านอยากเห็น พบแต่ซาก อิฐ ปูน เก่าๆ สักพักหนึ่งก็กลับ โดยขี่หลังผมเหมือนเดิม  ต่อมาวันรุ่งขึ้น ได้ยินชาวบ้าน เขาเล่าว่า มีคนแบก พระพุทธรูป ออกจากวัดร้าง สงสัยจะแอบขุดและแกะออกมา ผมก็บอกพวกเขา ไม่ใช่ ผมเอาครูบาอุ่น ขี่หลังออกมาจากวัดร้าง แต่ชาวบ้าน ยังยืนยันว่าเห็นกันหลายคน ต่อมาอีกหลายปี ท่านมรณภาพ ศรีษะท่านกลับเป็นเหมือน ขดก้นหอยคล้ายเศียร พระพุทธรูป  จะเกี่ยวข้อง กันหรือไม่ ผมไม่รู้ ในฐานะที่ผมเป็นศิษย์ก้นกุฏิ และได้ประสพด้วยตัวเอง ก็เล่าสู่ให้คนรุ่นหลัง ฟัง...สาธุ บุญบารมี ครูบาอุ่น ปกป้องคุ้มครอง ท่านผู้อ่านทุกๆคน

FB : Sane Phadungthian

You cannot view this attachment.You cannot view this attachment.