เหรียญพุ่มข้าวบิณฑ์ หรือเหรียญรุ่นแรก ท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม ปี 2498 เนื้อกะไหล่ทอง (หายาก)
ในวัดสามปลื้มมีปูชนียวัตถุหลากหลายอย่าง เช่น พระปรางค์ใหญ่ , มณฑปพระพุทธบาท, สระจระเข้ ,เขาพระพุทธฉาย
พระมงคลทิพย์มุนี (ท่านเจ้าจุ้ย ปัณฑิโต) วัดสามปลื้ม ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้ามา วัดสามปลื้ม มีความเชี่ยวชาญทางวิปัสสนากรรมฐาน
ท่านได้จัดสร้างเหรียญทรงพุ่มข้าวบิณฑ์รุ่นนี้ขึ้นเมื่อปี 2498 "ในวาระคราวสมโภชวัดจักรวรรดิราชาวาส ครบ 130 ปี"
ด้วยเนื้อเงิน (หายากมาก) และทองแดงกะไหล่ทอง(หายาก) (เหมือนเหรียญถวายภัตตราหารของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ที่จัดสร้างเมื่อปี 2501 ซึ่งสร้างด้วยเนื้อโลหะ 2 แบบ เหมือนกัน)
เป็นเหรียญปั๊มรูปทรงพุ่มข้าวบิณฑ์มีหูในตัว มีห่วงเชื่อมติดกับหูเหรียญ โดยด้านหน้าเหรียญได้รวบรวมปูชนียวัตถุที่สำคัญภายในวัดมาไว้ด้วยกัน อาทิเช่นตรงกลางเหรียญเป็นรูปบุษบกภายในจำหลักรอยพระบาทจำลอง โดยด้านล่างเป็นรูปจระเข้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสระจระเข้ภายในวัด ส่วนด้านหลังเหรียญเป็นรูปท่านเจ้ามาครึ่งองค์ ด้านบนมีอักขระยันต์คำว่า "อัง" ด้านล่างมีรูปกงจักร (สัญลักษณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับตัวผู้สร้างวัดซึ่งเป็นแม่ทัพ) ซึ่งภายในมีอักขระยันต์ "เฑาะว์"
วัดจักรวรรดิราชาวาสเป็นวัดเก่า มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เรียกกันว่า "วัดนางปลื้ม" บ้าง หรือ "วัดสามปลื้ม" บ้าง ตอนปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ ต่อมาจนถึงต้นรัชกาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ท่านเจ้าพระยาอภัยราชา (ปิ่น) บรรพบุรุษสกุลสิงหเสนี ได้เป็นผู้เริ่มปฏิสังขรณ์วัดสามปลื้ม แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จก็ถึงแก่อสัญกรรม
ต่อมาราวปี พ.ศ. ๒๓๖๒ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์) ต้นสกุลสิงหเสนี ผู้เป็นบุตรจึงได้ทำการปฏิสังขรณ์ต่อ โดยมอบให้บุตรชายคนโตชื่อนายเกต (เจ้าพระยามุขมนตรี ในรัชกาลที่ ๔) เป็นผู้อำนวยการสร้างจากด้านเหนือ เข้ามาทางด้านใต้ และให้บุตรชายคนรองชื่อนายแก้ว (เจ้าพระยายมราช ในรัชกาลที่ ๔ ) เป็นผู้อำนวยการสร้าง จากด้านใต้เข้าไปหาด้านเหนือ บรรจบกันตรงกลาง ได้สร้างพระอุโบสถ เสนาสนะสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ตลอดจนขุดคูแม่น้ำเจ้าพระยา เข้ามาจนถึงสระน้ำซึ่งขุดไว้ใช้ภายในวัด
เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จลง ก็ได้จัดการอาราธนาพระภิกษุจากวัดราชบูรณะบ้าง วัดพระเชตุพนฯ บ้าง มาอยู่จำพรรษา แล้วน้อมเกล้าถวายเป็นพระอารามหลวง ในสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารเจ้ารัชกาลที่ ๓ เมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๓๖๘ และได้ พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดจักรวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร มาถึงทุกวันนี้
(https://www.thaprachan.com/thumb/WK12101486A-4554.jpg) (https://www.thaprachan.com/thumb/WK12101486B-5772.jpg) (https://www.thaprachan.com/thumb/WK12101486D-3590.jpg)
ขอบคุณ สำราญพระเครื่อง
สาธุครับ