ขออนุญาตเผยแผ่บารมี
หลวงพ่อไฉน ฉนฺทสาโร
ปัจจุบันท่านอยู่ที่วัด
วัดสังฆปรีดี จ.ขอนแก่น
ลายสักเสือตัวที่ 1ถึง เสือตัวที่ 7
สำหรับผู้ที่จะมาสัก ที่วัดเปิดสักทุกวัน นอกจากวันพระกับวันพุธ แนะนำให้มาแต่เช้า วัดอยู่ที่ อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น
ในบรรดารูปสัตว์มหาอำนาจ เสือ มักจะได้รับความนิยมอยู่ในอันดับต้นๆ เช่น ยันต์ "เสือเผ่น" ของ "พระอุดมประชานาถ" หรือ "หลวงพ่อเปิ่น ฐิตธัมโม" เกจิอาจารย์แห่งวัดบางพระ จ.นครปฐม น้อยคนนักที่จะไม่คุ้นหู ขณะที่ยันต์เสือเหลียวหลัง ของสำนักสักยนต์ อ.หนู กันภัย จ.ปทุมธานี ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมียันต์หลายอีกหลายชนิด เช่น ยันต์พญาเสือ ยันต์พญาเสือสมิงมหาเวทย์ ยันต์พญาเสือตะปบเหยื่อ ยันต์พญาเสือโคร่งมหาอำนาจ ยันต์พญาเสือคู่มหาลาภ ยันต์เสือคู่เมตตาศัตรูพ่าย หรือศัตรูกลับเป็นมิตร เป็นต้น
แต่มียันต์เสืออยู่สำนักหนึ่งที่แปลกตาและไม่ค่อยพบเห็น คือ "ยันต์เสือหัวขาด" ของพระครูปลัดธนาทร หรือหลวงพ่อไฉน ฉนฺทสาโร แห่งวัดคุณากร (วนาราม) บูรพาจารย์ บ้านกระพี้ ต.บ้านเหล่า อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ที่เหล่าบรรดาผู้นิยมลายสักยันต์ไปให้หลวงพ่อลงเข็มอย่างไม่ขาดสาย ยกเว้นวันพระ กับวันพุธเท่านั้นที่หลวงพ่อไม่รับสักยันต์
สำหรับที่มาของ "ลายยันต์เสือหัวขาด" ถือกำเนิดที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี มีเรื่องเล่าที่เป็นเรื่องจริงว่าจะมีโจรอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีวิชา ทั้งปล้น ฆ่า ข่มขืน ตำรวจไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งมีด ปืนผาหน้าไม้ต่างๆ ก็ไม่ระคายผิว จนกระทั่งเมื่อตำรวจจับได้ต้องประหาร หรือฆ่าโดยจับถ่างขาแล้วเอาไม่แหลมสวนทวารจึงตาย พอตำรวจจับโจรกลุ่มนี้ได้ก็เปิดเสื้อดูที่หน้าอก ปรากฏว่าพบลายสักของโจรกลุ่มนี้เหมือนกันหมดก็คือ ลายสักเสือหัวขาด
ตำรวจจึงตามหาอาจารย์ที่สักลายเสือหัวขาดนี้เพื่อขอให้เลิกสักให้ลูกศิษย์ ปรากกฏว่าผู้ที่สักลายสักเสือหัวขาดนี้เป็นหลวงพ่อวิชิต สิริภัทโท เจ้าอาวาสวัดเขานางนม อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ตำรวจจึงขอให้ท่านเลิกสักจนมีอยู่วันหนึ่งหลวงพ่อไฉนท่านเดินทางไปที่ จ.ชลบุรี มีชาวบ้านได้เล่าถึงเรื่องราวของลายสักของหลวงปู่ท่านนี้ให้หลวงพ่อฟัง หลวงพ่อท่านจึงเดินทางไปกราบท่านและขอเรียนวิชากับท่านที่วัดเขานางนม พอไปถึงพระลูกวัดก็บอกท่านว่าหลวงปู่ท่านอยู่ข้างบนศาลา ซึ่งเป็นที่แปลกใจคือ พอหลวงพ่อท่านขึ้นไปกราบก็ไม่พบหลวงปู่ ท่านจึงลงมาถามพระลูกวัดอีกครั้งพระลูกวัดก็บอกว่าหลวงปู่นั่งอยู่ที่เดิมนั่นแหละ ท่านจึงกลับขึ้นไปอีกครั้งปรากฏว่าหลวงปู่ท่านนั่งยิ้มให้หลวงพ่อ ท่านนั่งกำบังตัวอยู่ตั้งแต่ตอนแรก หลวงพ่อท่านจึงเข้าไปกราบและขอเรียนวิชานี้
ที่แรกนั้นหลวงปู่ท่านจะไม่สอนให้เพราะเห็นว่าลูกศิษย์ที่สักไปเป็นเสือเป็นโจรกันหมด ด้วยปัญญาอันเฉียบแหลมของหลวงพ่อไฉน ท่านจึงคิดที่จะตั้งเป็นหลักที่ปักไว้ที่ธรณีล่ามโซ่เสือหัวขาด ซึ่งหมายถึง ไม่ทำใครก่อนแต่ใครอย่ามาทำเราก่อน หลวงปู่ท่านจึงสอนให้ เพราะต้นฉบับนั้นเสือหัวขาดจะไม่มีหลักมาปักแล้วล่ามโซ่ไว้ และลายสักเสือหัวขาด
ทุกวันนี้จึงถือว่าหลวงพ่อไฉนเป็นพระผู้สืบทอด "ลายสักเสือหัวขาด" เพียงผู้เดียวที่สืบทอดวิชามากจากหลวงพ่อวิชิต สิริภัทโท โดยเริ่มสักเสือหัวขาดตัวแรกใน พ.ศ.๒๕๔๐ จนถึงทุกวันนี้น่าจะมีลายยันต์เสือหัวขาดนับหมื่นตัว
ขอบคุณแหล่งที่มา แอดมินนุและพี่น้องสายเสือ
FB_IMG_1669794018493.jpg